กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 28สิงหาคม 2569 – ZTE ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมและโซลูชัน ICT ร่วมกับ AIS ให้บริการดิจิทัลและโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศไทย และพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านการจัดงาน ZTE DAY 2026 ภายใต้แนวคิด “Creating an Intelligent Future” มุ่งนำเสนอนวัตกรรมเครือข่ายอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบ End-to-End เพื่อรองรับการเติบโตของ AI, Cloud และบริการดิจิทัลยุคใหม่ พร้อมวางรากฐานสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยให้มีความอัจฉริยะ ยืดหยุ่น ปลอดภัย และยั่งยืนยิ่งขึ้น
ภายในงาน ZTE นำเสนอวิสัยทัศน์ด้านเครือข่ายยุคใหม่และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ Autonomous Networks, 5G-Advanced, 6G, AI Core, Transport Networks, Green Data Centers และ Cloud PC โดยมี A-Z Center Showroom เป็นพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและโซลูชันเทคโนโลยี ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้ม AI ระดับโลก และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในอนาคต


ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสู่ยุค AI
นายจาง เหยียนเหมิง CEO, ZTE Thailand กล่าวว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการให้บริการดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับบริการเหล่านั้น โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคตจะไม่ได้มุ่งเน้นเพียงด้านการเชื่อมต่อเท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับระบบประมวลผล Data Center การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน AIS กำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการรับส่งข้อมูลจาก “Bytes สู่ Tokens” ไปจนถึงการยกระดับระบบบริหารจัดการเครือข่ายจาก Automation แบบเดิม สู่ Autonomous Networks ที่สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจ และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“งาน ZTE DAY 2026 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับ Connectivity, Computing และ AI Infrastructure รวมถึงร่วมกันมองหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย ความร่วมมือระหว่าง AIS และ ZTE จะช่วยเปิดโอกาสในการสร้างแนวคิด โซลูชัน และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และร่วมกันสร้างอนาคตดิจิทัลที่ดียิ่งขึ้นสำหรับประเทศไทย”
นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส (Chief Technology Officer) AIS กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ AIS คือการก้าวสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศของไทย ซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเครือข่าย เทคโนโลยี และบริการดิจิทัล
AI ถือเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโครงข่ายและการดำเนินงานภายในองค์กร แต่ยังเปิดโอกาสให้เราพัฒนาบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับลูกค้า ZTE DAY 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญที่ AIS และ ZTE ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สำรวจเทคโนโลยีใหม่ และมองหาโอกาสในการพัฒนาโซลูชันร่วมกันสำหรับอนาคต
“ท้ายที่สุด เป้าหมายของเราคือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย”
5 เทคโนโลยีไฮไลต์จาก ZTE Day Thailand 2026
1. Autonomous Networks – เครือข่ายอัตโนมัติอัจฉริยะ
ZTE นำเสนอ L4 Autonomous Networks ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม Agentic AI มุ่งสู่เป้าหมาย “4 Zero” ได้แก่ Zero Deviation ลดความคลาดเคลื่อนในการดำเนินงาน, Zero Delay ลดระยะเวลาในการติดตั้งและตอบสนองต่อสถานการณ์, Zero Touch เพิ่มระดับการทำงานแบบอัตโนมัติในการบริหารเครือข่าย และ Zero Complaints ยกระดับประสบการณ์โดยรวมของผู้ใช้งาน
2. Wireless & 6G Evolution – พัฒนาเครือข่ายไร้สายสู่ 6G
นำเสนอโซลูชัน 5G-Advanced แบบ End-to-End ที่พัฒนาร่วมกับ AIS รองรับเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น Massive IoT, RedCap, ISAC และ NTN พร้อมนำเสนอแนวคิดและต้นแบบเทคโนโลยี 6G เพื่อความพร้อมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับการเข้าสู่ยุค AI
3. HI-NET Transport Network – เครือข่ายความเร็วสูงเพื่อรองรับ AI
โครงข่าย Transport Network ความจุสูง รองรับความเร็วระดับ 400G, 800G และ 1T+ เพื่อรองรับปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก AI และ Data Center พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยแนวคิด “AI for Network” และ “Network for AI”
4. 5G AI Core Operations – ยกระดับการบริหารเครือข่ายด้วย AI
การนำ AI Agent เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเครือข่าย ตั้งแต่การตรวจสอบ วิเคราะห์ วินิจฉัย ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเปลี่ยนผ่านจากการบริหารเครือข่ายแบบ Reactive หรือการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การดำเนินงานเชิงรุกและการคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า
5. Green Infrastructure & Cloud PC – โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพด้านพลังงาน ผ่านเทคโนโลยี Green Data Centers และ Liquid Cooling และ ZTE Cloud PC ที่นำแนวคิด Zero Trust มาใช้ด้านความปลอดภัย และได้รับการออกแบบให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี Bandwidth ต่ำถึงระดับ 120 Kbps
ร่วมสร้างอนาคตดิจิทัลที่ยั่งยืน
การผนึกกำลังระหว่าง ZTE, AIS และพันธมิตรในอุตสาหกรรม ไม่เพียงสะท้อนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครือข่ายยุคใหม่ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต โดยมี AI, Intelligent Connectivity, Automation, Cybersecurity และ Sustainability เป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ ชาญฉลาด ปลอดภัย ยั่งยืน และพร้อมรองรับอนาคต