กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโท ผนึกกำลังภริยา “มาดามจอย” อวัสดา จับมือโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ บางขุนเทียน สร้าง “ทูตวัฒนธรรม” รุ่นใหม่ พาโขนเยาวชนไทยสู่เวทีโลก

จากความสำเร็จของ “Thai Youth Khon to Africa Season 1” ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ วันนี้ ดร.อภิชาติ สุดแสวง กงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย พร้อมด้วยภริยา “มาดามจอย” อวัสดา ปกมนตรี เดินหน้าสานต่อภารกิจด้านการทูตวัฒนธรรม ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้ร่วมจับมือกับผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ บางขุนเทียน ผอ.มนัสดากาณฑ์ รักษ์พงศ์สถิต และครูโขนชื่อดังจากโรงเรียนจิตรลดา ดีกรีศิษย์เก่าดีเด่นวิทยาลัยนาฏศิลป์ ครูสหัสพร เปล่งพานิช ผลักดันเยาวชนไทยก้าวสู่เวทีโลกในฐานะ”ทูตวัฒนธรรม” ผ่านโครงการ Thai Youth Khon to Africa Season 2


จากความตั้งใจเล็ก ๆ ที่อยากเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้เรียนรู้โลกผ่านศิลปวัฒนธรรม วันนี้โครงการThai Youth Khon to Africa ได้กลายเป็นหนึ่งในโครงการด้าน Cultural Diplomacy ที่ได้รับความสนใจจากทั้งวงการการศึกษาและการทูตระดับนานาชาติ โดยใช้ศิลปะการแสดงโขนเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรเลโซโท รวมถึงประเทศต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกา

 

จาก Season 1 สู่เวทีระดับนานาชาติ
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน Thai Youth Khon to Africa Season 1 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการศิลปวัฒนธรรมไทย เมื่อคณะเยาวชนไทยจำนวน 11 คน ได้รับเกียรติร่วมแสดงโขนในงานเฉลิมฉลอง 200 ปีแห่งความเป็นชาติของราชอาณาจักรเลโซโท ณ สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงมาเซรู ต่อหน้าพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรเลโซโท รวมถึงประมุข ผู้นำประเทศ และผู้แทนจากกว่า 25 ประเทศในทวีแอฟริกา พร้อมผู้ชมหลายหมื่นคน การแสดงครั้งนั้นไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม แต่ยังได้รับเสียงชื่นชมในฐานะตัวอย่างของการใช้ Soft Power ผ่านเยาวชนไทย ถ่ายทอดเสน่ห์ของศิลปะการแสดงโขนสู่สายตประชาคมโลกและเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรเลโซโท

เดินหน้าสู่ Season 2
จากความสำเร็จดังกล่าว มาดามจอย อวัสดา ปกมนตรี ประธานโครงการ พร้อมด้วย ดร.อภิชาติ สุดแสวง กงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย จึงสานต่อโครงการสู่ Thai Youth Khon to Africa Season 2 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้โลกกว้าง พร้อมทำหน้าที่เป็น “ทูตวัฒนธรรม”

งาน Kick-off Project จัดขึ้นอย่างสง่างาม ณ โรงแรมพระยาพาลาซโซ แขกผู้มีเกียรติมาร่วมงาน อย่างคับคั่ง พร้อมรับประทานอาหารกลางวันจากเมนูคุณภาพระดับมิชลิน

 

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการได้รับพระกรุณาจาก พลเอก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี และประทานคำแนะนำแก่คณะผู้จัดงานและเยาวชนไทย ซึ่งจะเดินทางไป
ร่วมแสดงในงานเฉลิมฉลอง 60 ปีแห่งการได้รับเอกราชของราชอาณาจักรเลโซโท ณ กรุงมาเซรู ในเดือนตุลาคม 2569

 


นอกจากน้องนิว นักเรียนม.5โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ บางขุนเทียนที่รับบทหนุมานแล้ว ยังมีเยาวชนคนเก่งจาก โรงเรียนจิตรลดา และ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย พร้อมร่วมทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศบนเวทีนานาชาติ

มาดามจอย เปิดเผยว่า “Season 1 ทำให้เราเห็นว่า เมื่อเด็กไทยได้รับโอกาส พวกเขาสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้คนจากต่างวัฒนธรรมได้อย่างงดงาม ความสำเร็จครั้งนั้นทำให้ดิฉันเชื่อมั่นว่า เราควรเปิดโอกาสให้เด็กไทยอีกหลายคนได้สัมผัสประสบการณ์เดียวกัน

ในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งการได้รับเอกราชของราชอาณาจักรเลโซโท เราไม่ได้นำเพียงการแสดงโขนไปมอบให้ แต่เราจะนำเด็กไทยไปเป็นของขวัญแห่งมิตรภาพจากประเทศไทย เด็ก ๆ เหล่านี้จะเป็นผู้แทนของประเทศ นำความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ไปสร้างความประทับใจและมิตรภาพที่ยั่งยืน”

คู่ชีวิต…คู่คิดของโครงการ

เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ คือการทำงานร่วมกันของ ดร.อภิชาติ สุดแสวง และ มาดามจอย อวัสดา ซึ่งร่วมกันผลักดันโครงการมาตั้งแต่เริ่มต้น มาดามจอยกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

“ดิฉันโชคดีที่มีสามีคอยสนับสนุนทุกก้าวของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและราชอาณาจักรเลโซโท การให้คำปรึกษา หรือการเป็นกำลังใจในวันที่มีอุปสรรค เราเชื่อเหมือนกันว่า การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนกับเด็กและเยาวชน”

 

อีกหนึ่งสีสันของงานคือการแสดงลีลาศจาก น้องลัคกี้ – เด็กชายยศภัทร สุดแสวง และ น้องพริมเด็กหญิงณัชชภา นิติธรรมยง นักกีฬาลีลาศจากโรงเรียนจิตรลดา ซึ่งสร้างความประทับใจให้แขกผู้มี
เกียรติด้วยลีลาการแสดงอันสง่างาม

นอกจากนี้ น้องลัคกี้ยังร่วมแสดงโขนชุด “นาคบาศ ศึกมหาสงครามเทพเจ้า (Nakbas Arrow: TheGreat War of Gods and Demons)” ในบท พญานาค ตัวละครสำคัญผู้ชุบพิษศรนาคบาศให้อินทรชิตก่อนนำการแสดงชุดนี้ไปเผยแพร่ในราชอาณาจักรเลโซโท

เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายสูงสุดของโครงการ มาดามจอยตอบว่า

“ดิฉันไม่ได้คาดหวังให้เด็กทุกคนเป็นนักแสดงมืออาชีพ แต่หวังให้พวกเขากลับมาพร้อมประสบการณ์ความมั่นใจ และความภาคภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้ทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมของประเทศไทยมากกว่าการแสดง คือการสร้างคน

 

You missed